วิธีการรดน้ำต้นกัญชาที่เหมาะสมเพื่อการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ และให้ผลผลิตได้อย่างงอกงาม !

เทคนิคการปลูกต้นไม้

การรดน้ำต้นกัญชาอย่างเหมาะสมอาจดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่ใช่ว่าจะได้ผลดีที่รวดเร็วราวกับติดจรวดเสมอไป คุณรู้หรือไม่ว่าปัญหาของการปลูกกัญชาจำนวนมาก มักจะเกิดจากการรดน้ำที่ไม่เหมาะสม ตั้งแต่การรดน้ำมากเกินไปจนอาจก่อให้เกิดภาวะน้ำท่วมขังได้ ทำให้ค่า pH เกิดความไม่สมดุล และปัญหาอื่นๆที่อาจตามมาได้ ซึ่งในวันนี้เราจะมาบอกถึง วิธีการรดน้ำต้นกัญชาที่เหมาะสมเพื่อการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ และให้ผลผลิตได้อย่างงอกงาม ให้กับคุณ

น้ำถือเป็น1ใน5 ปัจจัยที่มีสำคัญในด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้ปลูกกัญชาต้องพยายามควบคุม ปัจจัยหลักทั้งห้าประการ ได้แก่ อากาศ ,แสง, ส่วนผสม, สารอาหาร และน้ำ ซึ่งกัญชาไม่สามารถเจริญเติบโตได้หากไม่มี  5 ปัจจัยเหล่านี้ เนื่องจากมีความสำคัญเท่าเทียมกันทั้งหมด  

ในการรดน้ำต้นกัญชานั้นมักจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความยุ่งยากได้มากที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องให้การใส่ใจมากเป็นพิเศษ การรดน้ำต้นกัญชาอาจเป็นกระบวนการง่ายๆ สามารถรดได้ด้วยมือและขวดพลาสติก หรืออาจใช้วิธีการรดด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์อัตโนมัติที่ยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้นไปอีก และไม่ว่าคุณจะกำหนดค่าการปลูกเพื่อให้เจริญเติบโตในที่แจ้งหรือแบบใด ก็จำเป็นจะต้องวัดค่าและควบคุมน้ำอยู่ดี 

เช่นเดียวกับพืชและต้นไม้ชนิดอื่นๆ กัญชามีค่า pH ในตัวอยู่แล้ว จึงเหมาะที่จะนำไปสารอาหารในการเลี้ยงเชื้อเพื่อให้เขาได้เจริญเติบโต ซึ่งแต่ละสายพันธ์ก็จะมีความต้องการธาตุอาหารที่แตกต่างกันออกไป และ EC จะต้องถูกกำหนดค่าให้ได้ตามความเหมาะสมเมื่อมีการเติมปุ๋ยลงในน้ำ

การรดน้ำต้นกัญชานั้นคุณสามารถรดน้ำเพิ่มเติมตามความต้องการ  ผู้ปลูกกัญชาต้องตรวจสอบและปรับค่า pH ของน้ำ และเมื่อใดที่ต้องใช้ปุ๋ยจำเป็นต้องมีการคำนวนค่าความเข้มข้นให้ได้ในปริมาณที่เหมาะสม และในระหว่างการเฝ้าดูการเจริญเติบโตของพวกเขา เราควรมีการจดบันทึกถึงรายละเอียดของสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นการรดน้ำ การเติมปุ๋ยและการเพิ่มสารอาหารเอาไว้ให้ดี เพื่อทำให้เราได้ทราบถึงปริมาณของน้ำและสารอาหารที่เราได้ให้ไป รวมถึงควรกำหนดตารางการรดน้ำและให้สารอาหารแก่พวกเขาด้วยเช่นกัน เพื่อที่เราจะให้ในปริมาณที่เหมาะสม 

ควรรดน้ำต้นกัญชาเมื่อใด ? 

Watering Cannabis Plants Can Be Demanding

สำหรับผู้ที่ปลูกในดินขอแนะนำให้ใช้กระถางขนาดประมาณ 7-20 ลิตร เพราะเมื่อดินแห้งก็จะง่ายต่อการหยิบจับหรือเคลื่อนย้าย ให้คุณประเมินจากน้ำหนักของวงจรดินทั้งแบบเปียกและแบบแห้งเพื่อง่ายต่อการปลูก 

สำหรับผู้ที่ปลูกพืชไร้ดินโดยการใช้ระบบรดน้ำแบบอัตโนมัติ ที่อาจใช้การเชื่อมต่อกับอ่างเก็บน้ำ ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ การปลูกต้นไม้แบบยกขึ้นและไม่ยกขึ้นก็ไม่ได้มีผลที่แตกต่างกันมากนัก ซึ่งคนสามารถทดลองได้ด้วยตัวคุณเอง

การตรวจสอบพฤติกรรมของพืชหลังการให้น้ำถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ให้ระวังสัญญาณเตือนซึ่งเราสามารถลองผิดลองถูกได้ โดยการพิจารณาจากส่วนผสมที่ใช้ปลูก,น้ำ, อุณภูมิ รวมทั้งองค์ประกอบที่เชื่อมโยงกัน หมั่นตรวจสอบปั๊มและสายป้อนให้ทำงานได้ดีอยู่เสมอ และสิ่งสำคัญก็คืออ่างเก็บน้ำนั้นจะต้องมีน้ำที่มีออกซิเจนและปราศจากเชื้อโรคอยู่ตลอดเวลา 

ชาวไร่ที่จะปลูกกัญชาจำเป็นจะต้องทราบค่า pH ของดิน ก่อนทำการหว่านเมล็ดกัญชาลงในดินทุกครั้ง รวมทั้งต้องทราบว่าดินนั้นสามารถระบายน้ำได้ดีเพียงใด 

กัญชานั้นสามารถให้อาหารทางใบได้ แต่ผู้ปลูกต้องควบคุมตารางเวลาโดยลงทุนปลูกในเรือนกระจก หรืออย่างน้อยก็ควรร้างฝาพืช DIY มาใช้สำหรับการปลูกกลางแจ้ง หลีกเลี่ยงฝน และสามารถแก้ไขปรับปรุงดินได้หากต้องการ

บางครั้งในช่วงฤดูร้อนก็อาจมีอุณหภูมิที่สูงเกินไปจนยากจะหลีกเลี่ยง และทำให้ต้นกัญชากระหายน้ำและต้องการการรดน้ำมากกว่าปกติ ผู้ปลูกจำเป็นจะต้องเฝ้าสังเกตุพฤติกรรมของพืชกัญชาหลังการรดน้ำทุกครั้ง ซึ่งหากปลูกในภาชนะขนาดใหญ่มากขนาด 30l+ ก็อาจจะยิ่งทำให้ต้องรดน้ำมากขึ้น ซึ่งผู้ปลูกต้องคอยสังเกตต้นกัญชาของพวกคุณให้ดีว่าเมื่อใดที่พวกเขาต้องการน้ำ

เมล็ดพันธุ์ต้องการน้ำบ่อยแค่ไหน?

How Often Do Seedlings Need Water

สำหรับพืชกัญชาที่ยังเป็นต้นอ่อนอยู่นั้น มักใช้เวลาประมาณ 1-3 สัปดาห์ ในการเติบโตเป็นต้นกล้า ในช่วงระยะแรกนี้ พืชกัญชาต้องการสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง แนะนำให้ปลูกต้นอ่อนในเครื่องขยายพันธุ์เพื่อรักษาความชื้นสัมพัทธ์ 70% 

และต้องรดน้ำเท่าที่จำเป็นเพื่อหล่อเลี้ยงรากให้เปียก และรอประมาณ 2-3 วันเพื่อให้แห้ง อย่าเพาะเมล็ดโดยตรงลงในภาชนะ นอกเสียจากคุณจะเป็นผู้ปลูกที่เคยมีประสบการณ์ในการปลูกกัญชามามากแล้ว

โดยทั่วไปนั้นผู้ปลูกมักจะเริ่มเพาะกล้าในไม้ที่เป็นรูตเล็กๆ หรือเม็ดโกโก้ ดังนั้นการใช้น้ำในปริมาณน้อยจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะจะช่วยควบคุมทำให้ความชื้นอยู่ในระดับปานกลางได้ และการหยั่งรากก็จะเจริญเติบโตไปในทิศทางที่ดี 

ผู้ปลูกพลังน้ำมักใช้สื่อในการปลูกที่ปราศจากสารอาหารเช่นร็อควูล โดยปกติการใช้น้ำบริสุทธิ์โดยการพ่นจากขวดสเปรย์ถือเป็นการดีที่สุด เพราะลูกบาศก์รูตส่วนใหญ่จะมีปุ๋ยเพียงเล็กน้อย หรือคุณอาจใช้เครื่องมือที่มีประโยชน์ต่อการพ่นหมอกให้กับต้นกล้ากัญชาก็ได้ จากนั้นให้คุณคอยอ่านสัญญาณที่รากกัญชาจะส่งถึงคุณให้ดี เมื่อรูตคิวบ์ได้กลายเป็นหนามที่มีรากสีขาวออกมา นั่นก็หมายความว่าถึงเวลาสำหรับการปลูกถ่าย เพื่อนำไปปลูกอีกที่หนึ่งได้แล้ว 

กัญชาต้องการน้ำบ่อยแค่ไหน?

How Often Do Vegetative Plants Need Water?

ในขณะที่ต้นกัญชากำลังเข้าสู่การเจริญเติบโต ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่พืชอย่างพวกเขาจะต้องการน้ำมากขึ้น และเมื่อเริ่มเติบโตอย่างแข็งแรงจนถึงเวลาผลิใบและมีกิ่งก้านที่ใหญ่โตขึ้น พวกเขาก็ยิ่งต้องการน้ำมากขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน

เมื่อถึงเวลานี้ ผู้ปลูกจะเริ่มคุ้นเคยกับนิสัยของพืชกัญชา และเริ่มกำหนดตารางในการรดน้ำที่สมบูรณ์มากขึ้น ผู้ปลูกส่วนใหญ่มักจะเก็บพืชไว้ในระยะการเจริญเติบโตช่วงประมาณ 30 วัน หรืออาจจะใช้เทคนิคที่ช่วยทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น

ซึ่งในช่วงนี้ผู้ปลูกแบบใช้พลังน้ำจะต้องให้ความสำคัญกับการตอบสนองของพืชมากขึ้น ด้วยการเริ่มวัดระยะของการให้น้ำ โดยการเปรียบเทียบน้ำหนักของดินเปียกและแห้ง 

และสำหรับผู้ที่ปลูกด้วยดินอาจจะต้องรดน้ำสัปดาห์ละ 1-3 ครั้งแบบปกติ ซึ่งตารางให้น้ำและตารางสำหรับป้อนอาหารก็ขึ้นอยู่กับขนาดของภาชนะที่ใช้ปลูก เพราะดินที่มีคุณภาพสูงส่วนใหญ่ก็จะมีปริมาณของปุ๋ยที่เพียงพอต่อพืชกัญชา

ซึ่งในขณะที่ผู้ปลูกแบบใช้พลังน้ำอาจรดน้ำทุก ๆ วัน เพราะจะช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืชได้อย่างรวดเร็ว

วิธีรดน้ำต้นกัญชาในช่วงออกดอก

How To Water Cannabis During Flowering

สำหรับต้นกัญชาในระยะบานเต็มที่ หรือหากฤดูใบไม้ร่วงมาถึง ในช่วงเวลานี้ผู้ปลูกจะต้องเปลี่ยนการใช้แสงประมาณ 12 ชั่วโมง และอาจต้องรดน้ำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง แม้ปลูกในดิน โดยไม่ต้องกังวลถึงขนาดของดอกว่ามีเพียงขนาดเล็กหรือใหญ่มากน้อยเพียงใด เพราะการรดน้ำจะกลายเป็นเรื่องท้าทายให้กับผู้ปลูกได้มากขึ้น 

สำหรับผู้ปลูกที่ใช้พลังน้ำอาจมีการเปลี่ยนแปลงที่ราบรื่นกว่าเล็กน้อย และจะมีการออกดอกที่เร็วเนื่องจากผู้ปลูกบางท่านอาจเปลี่ยนไปใช้ปุ๋ยเพื่อให้ดอกบาน และสามารถเติมปุ๋ยได้ในปริมาณที่สูงขึ้น บางสายพันธุ์อาจต้องรดน้ำทุกวันในช่วงบานสะพรั่งด้วยระบบพลังน้ำ

ในช่วงที่ดอกกำลังบานสะพรั่ง ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญคือการฟลัชชิ่ง ซึ่งเป็นการกำจัดสารอาหารที่สร้างขึ้นในช่วงออกดอกเพื่อป้องกันการปฏิสนธิมากเกินไป ผู้ปลูกจำเป็นจะต้องรดน้ำด้วยน้ำสะอาดเพื่อเป็นการชะล้าง โดยปริมาณน้ำที่ป้อนให้กับต้นกัญชานั้น อย่างน้อยจะต้องเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และกุญแจสำคัญคืออย่าทิ้งต้นไม้ไว้ในแอ่งน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณชะล้างด้วยปริมาณมาก อีกทั้งยังควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าดินนั้นสามารถระบายน้ำได้ดี 

วิธีดูอาการของภาวะน้ำท่วมขังและภาวะชุ่มน้ำ

ภาวะน้ำขัง

SYMPTOMS OF OVERWATERING

การให้น้ำมากเกินไปถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นของผู้ปลูกมือใหม่ เพราะการที่รากเปียกมากจนเกินไป จะทำให้พืชไม่สามารถรับออกซิเจนได้เพียงพอ โดยที่พวกมันจะค่อยๆตายไปอย่างช้าๆ 

ซึ่งจะมีลักษณะเป็นใบไม้สีเหลืองและร่วงหล่นอย่างต่อเนื่อง เกิดจากสาเหตุของการรดน้ำที่มากจนเกินไป หรือในบางทีใบไม้อื่นๆ ที่ไม่ใช่สีเหลืองก็ร่วงด้วยเช่นเดียวกับในกรณีชุ่มน้ำ แต่หากคุณเพิ่งรดน้ำยังคงห้อยอยู่ นั่นหมายความว่าสาเหตุไม่ใช่จากภาวะชุ่มน้ำ

นี่คืออาการน้ำท่วมขัง  มาจากดินที่เปียกและแห้งเกิดความไม่สมดุล หากเป็นเช่นนี้ต่อไปก็เป็นการเปิดประตูให้เชื้อโรคต่างๆเข้ามาทำลายต้นกัญชาของคุณได้ จนอาจทำให้ต้นกัญชาของคุณรากเน่าและตายได้ในที่สุด ดังนั้นผู้ปลูกจึงควรดูแลและใส่ใจถึงสิ่งนี้ให้มาก 

วิธีแก้ไขปัญหาภาวะน้ำขัง

การป้องกันถือเป็นสิ่งสำคัญ การวัดและกำหนดการรดน้ำอย่างระมัดระวัง คือวินัยที่ดีของผู้ปลูกกัญชาทุกคนที่จำเป็นต้องมี และสิ่งนี้เป็นทางออกที่ดีที่สุดได้ที่จะช่วยแก้ปัญหาได้แบบ 100%  

ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะน้ำท่วมขังและลดภาวะน้ำในดินที่มีมากเกินไป ควรพยายามกำหนดให้น้ำอยู่ในปริมาณ 10-20% ของปริมาตรภาชนะที่คุณใช้ปลูก ตัวอย่างเช่น ต้นกัญชาที่โตเต็มที่ในภาชนะขนาด 10 ลิตร โดยทั่วไปควรมีน้ำ 1-2 ลิตรทุกครั้งในการรดน้ำ

คุณสามารถหลีกเลี่ยงการรดน้ำมากเกินไปโดยการทำเช่นนี้ได้หากดินของคุณ ให้ยกภาชนะชั่งน้ำหนัก จากนั้นให้ชั่งน้ำหนักอีกครั้งหลังจากมีการรดน้ำอีกครั้ง หากคุณชั่งน้ำหนักซ้ำเป็นเวลาหนึ่งหรือสองวัน คุณจะทราบว่าพืชต้องการใช้น้ำมากน้อยเพียงใด และสามารถทราบถึงปริมาณในการให้สารอาหารกับพืชได้ดีมากยิ่งขึ้น และการดูแลต่นดัญชาของคุณก็จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ 

ภาวะชุ่มน้ำ 

SYMPTOMS OF UNDERWATERING

การอยู่ในภาวะชุ่มน้ำนั้นอาจเป็นภาวะเดียวกันกับอาการน้ำท่วมขัง ซึ่งสาเหตุมาจากการรับน้ำในปริมาณที่มากเกินไป โดยเราอาจจะใช้วิธีชั่งน้ำหนักเพื่อให้ทราบถึงภาวะต่างๆที่เกิดขึ้น คุณจะสังเกตได้ว่าใบไม้จะห้อยลงมาใกล้ก้านใบมากกว่าปกติและใบจะร่วงหนักขึ้น ซึ่งหากสังเกตเห็นได้ว่ามีหยดน้ำสองสามหยดไหลออกมาจากก้นภาชนะ นั่นคือปริมาณน้ำที่สมบูรณ์แบบแต่ก็ขึ้นอยู่กับภาชนะของแต่ละภาชนะ 

เครื่องวัดแรงตึงของน้ำ

แรงตึงของน้ำหรือ ‘การดูดซึม’ สำหรับการวัดแรงตึงของน้ำในดินนั้นสามารถวัดได้ด้วยเครื่องเทนซิโอมิเตอร์ ด้านบนจะเป็นมิเตอร์ที่สามารถอ่านค่าความตึงของน้ำได้ ซึ่งจะแสดงค่าเป็น hPa สามารถวัดค่าของน้ำบาดาลได้อย่างแม่นยำมากอีกด้วย 

เมื่อมีน้ำในดินมีมากเกินไป ช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างอนุภาคในดินจึงเต็มไปด้วยน้ำ ดังนั้นพืชจะต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการอุ้มน้ำ จนอาจทำให้รากเน่าและตายได้ในที่สุด

แต่หากเมื่อดินมีน้ำในปริมาณที่น้อยจนเกินไป พืชก็ต้องใช้แรงดูดมากขึ้นเพื่อเอาน้ำออกจากดิน และพืชจะไม่สามารถดูดซับน้ำที่เหลืออยู่ได้อีกต่อไปนี่คือจุดที่ทำให้พืชสามารถเหี่ยวเฉาและอาจตายได้ในที่สุด

ค่าความสมดุลของน้ำในดิน

WATER BALANCE IN THE SOIL

• 0 hPaA

หารการดูดซึมมีค่า 0 หมายความว่าดินมีการอิ่มตัวอย่างสมบูรณ์ เป็นที่คาดหวังหลังจากการชลประทานขนาดใหญ่ หากการดูดซึมนั้นยังคงอยู่ที่ในค่า 0 เป็นเวลานาน รากของพืชอาจขาดออกซิเจนและติดโรคได้

• 0-50 hPa

หากการดูดซึมอยู่ระหว่าง 0-50 hPa แสดงว่ามีปริมาณน้ำที่มากเกินไปสำหรับพืชที่มีอยู่ ระดับการดูดซึมนี้เป็นเรื่องปกติหลังจากการชลประทาน

• 50-200 hPa

ค่าดูดซึมในช่วงนี้หมายความว่า มีน้ำและอากาศเพียงพอในดินเพื่อให้พืชสามารถเจริญเติบโตได้อย่างเหมาะสม

• 200-400 hPa

หากการดูดซึมอยู่ในค่า200-400 hPa ถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการเจริญเติบโตของพืชในดิน ซึ่งในเกณฑ์ปกติหรือมีความละเอียด แต่หากมีการดูดซึมอยู่ในดินทรายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดภาะวะการขาดแคลนน้ำซึ่งถือเป็นปัญหาต่อการเจริญเติบโตได้

• 400-600 hPa

หากอยู่ในค่า 400-600 hPa ถือเป็นแรงดูดซึมที่ทำให้ดินอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่สำหรับในดินอื่นๆ การดูดซึมที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก็จะทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำได้เช่นกัน

• 600-800 hPa

สำหรับค่า 600-800 hPa นี้ จะมีน้ำสำหรับพืชมีน้อย และอาจมีความเหนียวในดินค่อนข้างมาก ซึ่งอาจทำให้การดูดซึมสามารถเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำ  ด้งนั้นเราจึงควรทราบถึงเปอร์เซ็นต์ของดินเหนียวที่เหมาะสมสำหรับการปลูก เพื่อเป็นประโยชน์ต่อพืชกัญชาและพืชอื่นๆที่คุณชื่นชอบอยู่เสมอ 

นี่เป็นข้อบ่งชี้คร่าวๆ เกี่ยวกับสภาพดินที่เหมาะสมต่อการปลูกพืชกัญชา  เพื่อให้เราได้ทราบถึงสภาพของดินว่ามีเกณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกหรือไม่ รวมทั้งชนิดของดินต่างๆและนอกจากนี้พืชชนิดนี้ยังมีความไวต่อความแห้งแล้งมากกว่าพืชพันธุ์อื่นๆ จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมค่าน้ำของการปลูกจึงแตกต่างกันออกไปสำหรับการปลูกของแต่ละคน

หากคุณใช้เทนซิโอมิเตอร์ในการวัดค่า เพื่อต้องการทราบค่าดูดซึมที่สมบูรณ์แบบที่สุด ก็คือ ค่า 80hPa ที่คุณต้องพยายามให้ดินของคุณอยู่ใกล้เคียงกับค่าในระดับนี้ให้ได้มากที่สุด!

แปลจาก www.zamnesia.com/grow-weed/23-how-to-water-cannabis-plants 

แปลโดย : Taxx 

บทความต้นไม้

ไม้มงคล ตกแต่งบ้าน ราคาถูก

บทความล่าสุด