ต้นไม้

รวบรวมบทความต้นไม้ ต้นไม้น่าปลูก ไม้มงคล ไม้ทำเงิน ต้นไม้ราคาถูก ราคาแพง ใบด่าง หายาก ปลูกที่บ้าน ปลูกที่คอนโด อัพเดทปี 2021

บทความ ต้นไม่ล่าสุด ล่าสุด

บทความ เทคนิคการปลูกต้นไม้ ล่าสุด

บทความ แหล่งซื้อต้นไม้ ล่าสุด

หมวดหมู่ต้นไม้

ไม้ประดับบ้าน คอนโด

แหล่งซื้อขายต้นไม้

เทคนิคการปลูกต้นไม้

การปลูกไม้ดอก และไม้ประดับ

ไม้ประดับ หมายถึง พันธุ์ไม้ที่ปลูกเพื่อประโยชน์ในด้านความสวยงาม ด้วยการอาศัยความโดดเด่นของผล ดอก ใบ และลำต้น ทั้งลักษณะความสวยงาม หายาก ความเป็นสิริมงคล รวมถึงการมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนพันธุ์ไม้อื่น

ในสมัย ก่อนการปลูกพันธุ์ไม้เพื่อความสวยงามมักเน้น และให้ความหมายของไม้ประดับที่พันธุ์ไม้ให้ดอก แต่ปัจจุบันการปลูกไม้ประดับเริ่มนิยมปลูกไม้ชนิดอื่นๆที่มีลักษณะโดดเด่นใน ส่วนของใบ ลำต้น ความหายาก ความเชื่อในสิริมงคล และการมีเอกลักษณ์ของสายพันธุ์จึงมักเรียกพันธุ์ไม้ประดับว่า ไม้ดอกไม้ประดับ

ไม้ดอก ไม้ประดับแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. ไม้ดอก หมายถึง พันธุ์ไม้ที่ปลูกเพื่อประโยชน์ในด้านความสวยงามหรือความเป็นสิริมงคลโดยมี ลักษณะของดอกที่โดดเด่น สวยงาม และมีเอกลักษณ์ แบ่งเป็น

ไม้ตัดดอก หมายถึง ไม้ที่เจริญเติบโตแล้วให้ดอกเพื่อการตัดดอกมาใช้ประโยชน์
ไม้ดอก หมายถึง ไม้ที่เจริญเติบโตแล้วให้ดอกสวยงามเพื่อใช้ชมความงามของดอกที่ติดอยู่กับต้น โดยไม่มีการตัดดอก ไม้พวกนี้มักมีลักษณะก้านดอกสั้น ก้านดอกติดกับส่วนต้น ดอกมีลักษณะบอบบาง เช่น พุทธรักษา ผกากรอง เป็นต้น

ไม้ดอกไม้ประดับ

                  ไม้ดอกบางชนิดจะมีกลิ่นหอมเพื่อล่อแมลงมาจับตอมสำหรับการผสมเกสร โดยส่วนมากไม้ดอกจะเป็นพืชล้มลุก และมีการเจริญเติบโตในบางช่วงฤดูกาลที่มีอุณหภูมิเหมาะสม เช่น ฤดูหนาวจะมีไม้ดอกที่ออกดอกสวยงาม ได้แก่ ทิวลิป ลิลลี่ เป็นต้น

2. ไม้ประดับ หมายถึง พันธุ์ไม้ที่ปลูกเพื่อประโยชน์ในการประดับสถานที่ต่างๆด้วยความสวยงามหรือ ความเป็นสิริมงคล โดยมีลักษณะเด่นทั้งใบ ดอกหรือลำต้น แบ่งเป็น
– ไม้ใบประดับ หมายถึง พันธุ์ไม้ที่ปลูกเพื่อประโยชน์ในด้านความสวยงามหรือความเป็นสิริมงคล โดยมีลักษณะของใบที่โดดเด่น สวยงาม และมีเอกลักษณ์
– ไม้ต้นประดับ หมายถึง พันธุ์ไม้ที่ปลูกเพื่อประโยชน์ในด้านความสวยงามหรือความเป็นสิริมงคล โดยมีลักษณะของลำต้นที่โดดเด่น สวยงาม และมีเอกลักษณ์

พันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับ
พันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับบางชนิดสามารถจำแนกลักษณะ และประโยชน์ทีเด่นชัดได้ แต่บางชนิดอาจจำแนกลักษณะเด่น และประโยชน์ได้มากกว่า 2 ชนิด เช่น ลั่นทมหรือลีลาวดี อาจจัดเป็นไม้ต้นประดับหรือไม้ดอกประดับก็ได้
1. ไม้ดอกประดับ
ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่-เล็ก
– ราชพฤกษ์
– เฟื่องฟ้า
– แคแสด
– ทองหลาง
– หางนกยูง
– หมันแดง
– สายหยุด
– พุดน้ำบุศย์

ไม้ล้มลุก
– ดาวเรือง
– บานไม่รู้โรย
– บานเย็น

2. ไม้ใบประดับ
– พลูด่าง
– เขียวหมื่นปี
– แก้วกาญจนา

3. ไม้ต้นประดับ
– แคป่า
– ต้นตีนเป็ด/พญาสัตบรรณ/สัตบรรณ
– กะดังงา

ประเภทของไม้ประดับ

1.ประเภทไม้ประดับภายในอาคารหรือในร่มรำไร
เป็นกลุ่มพืชที่ต้องการแสงน้อย-ปานกลาง ส่วนมากจะปลูกอยู่ในอาคารสำนักงานที่มีแสงน้อย แดดส่องถึงบ้าง อุณหภูมิไม่สูงนัก พืชกลุ่มนี้ได้แก่ แก้วหน้าม้า พืชตระกูลฟิโลเดนดรอนและมอนสเตอรา เดหลี เป็นต้น

2.ประเภทไม้ประดับภายนอกอาคารหรือกลางแจ้ง
เป็นกลุ่มพืชที่ต้องการแสงมากตลอดทั้งวัน ส่วนมากปลูกประดับอยู่ภายนอกอาคารหรือตามสนามต่างๆ พืชกลุ่มนี้ได้แก่ โกสน พืชตระกูลปาล์ม เป็นต้นgt4

แบ่งตามชนิดของพันธุ์ไม้ได้เป็น 4 ประเภท คือ
1.ไม้ยืนต้น ไม้ประเภทนี้มีลำต้นเป็นไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่ มีลำต้นหลัก ลำต้นตรง ต้นเดียวแล้วจึง แตกกิ่งก้านบริเวณยอด มีอายุหลายปี ได้แก่ ปาล์มต่างๆ จันทร์ผา เป็นต้น

2.ไม้พุ่ม ลำต้นเป็นไม้เนื้ออ่อนไม่มีเนื้อไม้หรือมีเนื้อไม้เล็กน้อยบริเวณโคนต้น ได้แก่ หนวดปลาหมึกแคระ โมก เล็บครุฑ เป็นต้น

3.ไม้ล้มลุก มีลำต้นเป็นไม้เนื้ออ่อนไม่มีเนื้อไม้ หรือมีเนื้อไม้เล็กน้อยบริเวณโคนต้น ได้แก่ กล้วยประดับ สับปะรดสี เป็นต้น

4.ไม้เลื้อย เป็นพืชที่ลำต้นมีเนื้อไม้หรือไม่มีเนื้อไม้ อายุปีเดียวหรือหลายปี ลำต้นเลื้อยไปตามดินหรือพัน สิ่งที่อยู่ใกล้เคียง โดยอาจมีอวัยวะพิเศษช่วยในการเกี่ยวยึด ได้แก่ ม่านบาหลี โมกเครือ กระเทียม เถา เป็นต้น

วิธีปลูกต้นไม้ในกระถางได้สวยเป๊ะ

ปลูกต้นไม้ในกระถางเป็นไอเดียที่ดี และเหมาะกับคนรักต้นไม้แต่ไม่มีพื้นที่เพียงพอในการปลูก อีกทั้งการปลูกต้นไม้ ทั้งไม้ดอก หรือไม้ชนิดอื่น ๆ ไว้ในกระถางยังสามารถนำมาประดับตกแต่งภายในอาคารได้ เพราะเคลื่อนย้ายง่าย และดูแลไม่ยากเท่าไร แต่ถ้าคุณกำลังนึกอยากปลูกต้นไม้ในกระถางอยู่พอดี แต่ยังไม่รู้จะปลูกอย่างไร วันนี้เรามี 10 วิธีปลูกต้นไม้ในกระถางให้สวยเป๊ะมาฝากกันด้วยค่ะ

1. เลือกกระถางให้เหมาะสม

ขนาดกระถางและขนาดต้นไม้เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ ที่เราควรต้องคำนึงถึง เพราะหากต้นไม้มีขนาดใหญ่หรือเล็กกว่ากระถาง ก็จะดูไม่สมดุล ดังนั้นจึงควรเลือกกระถางให้เหมาะสม รวมไปถึงต้องตรงกับความต้องการของเราด้วย เช่น หากว่าต้นไม้เป็นพันธุ์ที่โตเร็ว และต้องเปลี่ยนกระถางบ่อย ๆ ก็ควรเลือกใช้กระถางใหญ่ที่มีลักษณะกลม ปากกว้าง ซึ่งเป็นกระถางที่ใช้กันทั่วไปและเป็นที่นิยม เพราะง่ายต่อการย้ายต้นไม้ลงดิน หรือถ้าหากคุณเป็นคนที่ชอบจัดสวน เคลื่อนย้ายตำแหน่งกระถางต้นไม้บ่อย ๆ ก็ควรเลือกใช้กระถางที่ทำจากโฟม หรือกระถางที่ทำมาจากไฟเบอร์กลาสเพราะมีความเบา เคลื่อนย้ายสะดวก ส่วนถ้าต้องการกระถางที่มีความหนักแน่น ก็ควรเลือกใช้กระถางเซรามิก หรือกระถางที่ทำมาจากปูนค่ะ

2. ควรใช้ดินผสม

ดินที่ใช้ในกระถางต้นไม้ควรจะเป็นดินปนทราย ที่มีพีทมอส ปุ๋ยหมัก ขุยมะพร้าว ถ่านป่น หรืออิฐป่น ผสมอยู่ด้วย เพื่อช่วยให้พืชได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน ไม่มีความเป็นกรด-ด่างในดินมากเกินไป และเพื่อให้ดินถ่ายเทอากาศ และอุ้มน้ำได้ดี นอกจากนี้ควรหมั่นพรวนดินในกระถางด้วยตะเกียบหรือไม้แหลมก็ได้ และควรใส่ปุ่ยเพื่อบำรุงให้ต้นไม้เจริญงอกงามอยู่เสมอด้วย

3. ปลูกพืชตามความชอบ

การจะปลูกพืชในกระถางให้สวยงาม สำคัญที่คุณต้องชอบต้นไม้หรือดอกไม้ชนิดนั้นด้วย หากว่าคุณเป็นคนที่ชอบไม้ดอก ก็เลือกปลูกมะลิ กุหลาบ หอมเจ็ดชั้น เป็นต้น แต่ถ้าชอบพืชที่มีความทนทาน และเป็นไม้มงคลก็เลือกปลูกพลูด่าง เศรษฐีเรือนใน เป็นต้น ส่วนคนที่ชอบไม้ดอกพุ่มกะทัดรัด แนะนำให้ปลูกแอฟริกันไวโอเลต พิทูเนีย หรือเฟิร์นต่าง ๆ ก็ได้ ชอบแบบไหน ก็เลือกปลูกกันได้ตามสบายเลยจ้า

4. เลือกต้นไม้ที่มีสุขภาพดี

ต้นกล้าที่จะนำมาปลูกต้องมีความสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ และสุขภาพดี ไม่มีโรคพืช หรือแมลงติดมาเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้พืชโตช้า หรือตายเร็ว เผลอ ๆ อาจจะแพร่กระจายโรคพืชไปยังต้นไม้ต้นอื่นด้วย ดังนั้นก่อนเลือกพันธุ์ไม้มาปลูกในกระถาง ก็ควรต้องเลือกพืชที่มีใบเขียวสด และลำต้นแข็งแรง ดูพร้อมจะเจริญเติบโตได้อย่างดี เคลื่อนย้ายกระถางไม่ลำบากด้วย

5. ดูแลให้ถูกต้อง

เพื่อให้ต้นไม้มีการเจริญเติบโตได้อย่างดี มีความสวยงามแข็งแรง จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนกระถางบ่อย ๆ เราก็ควรดูแลต้นไม้ในกระถางให้ถูกวิธี ด้วยการเลือกใช้ดินให้เหมาะสมกับชนิดพืช อย่าลืมปนกรวดลงไปในดินเพื่อให้ช่วยยึดพืช และเพิ่มช่องว่างให้อากาศและน้ำถ่ายเทได้สะดวก ไม่ขังอยู่ในกระถางจนรากเน่า นอกจากนี้ควรรดน้ำอย่างพอดีกับต้นไม้ และหมั่นนำไปวางกลางแจ้ง เพื่อเปิดโอกาสให้พืชได้รับแสงอาทิตย์ไว้คอยสังเคราะห์แสงด้วย แต่ก็ไม่ควรตั้งกระถางต้นไม้ในที่ที่มีความร้อนหรือแดดแรงจนเกินไป ลมโกรกมาก ๆ ก็ไม่เหมาะ เพราะอาจจะทำให้ลำต้นโย้เอียงได้